ผิวชุ่มชื้นธรรมชาติ

ผิวชุ่มชื้นที่ดีสุด คือการทำให้ผิวกักเก็บน้ำหล่อเลี้ยงผิวธรรมชาติได้อยู่ตลอด โดยมีสารตัวนึงที่เรียกว่า ไฮยาลูรอน ซึ่งจัดเป็น Moisturizer ที่ดีที่สุด ปกติแล้วร่างกายเราจะสร้างได้เอง แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้นหรือผิวอ่อนแอ จนไม่สามารถสร้างไฮยาลูรอนได้เท่าที่ควร จะต้องบำรุงเข้าไปทดแทน เพื่อให้ผิวสมดุลและชุ่มชื้นอย่างเป็นธรรมชาติ

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ PIX_bigstock-Abstract-Water-Splash-Clear-Wh-233578579.jpg

ผิวชุ่มชื้นได้ดีกว่า

ด้วยไฮยาลูรอนเนตโมเลกุลเล็กในทุกสูตร

รวมทั้งไฮยาลูรอนที่เล็กสุดในตลาด คือ 8,000 ดาลตัน ในพิก โบทานิค ซุปเปอร์เซรั่ม ซึ่งสกัดจากเห็ดหูขาว ที่ถือว่าปลอดภัยและดีที่สุด พิกจึงให้ความชุ่มชื้นได้ดีกว่าครีมทั่วไป ช่วยให้ผิวกักเก็บน้ำได้นาน และนำพาสารสกัดซึมลึก เห็นผลไวและได้ดีกว่า

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ Skin-2.gif
รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ Skin-1.gif

พิกเคลือบเป็นฟิล์มคลุมผิว ด้วยน้ำหล่อเลี้ยงผิวธรรมชาติ เพื่อให้ความชุ่มชื้นแต่ไม่อุดตัน หลังทาแล้วผิวอาจแห้งลงในช่วงแรก เพราะพิกดึงน้ำที่ผิว เพื่อกระตุ้นผิวให้สร้างน้ำหล่อเลี้ยงผิวธรรมชาติ ดึงน้ำจากอากาศ และดึงน้ำไม่หลุดจากผิว

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ PIX_DSC01692-1.jpg

ถือได้ว่าวิธีนี้ได้ผลดีและยั่งยืนกว่า สารที่ให้ความชุ่มชื้นอย่างน้ำมัน หรือสารสเตียรอยด์

  • เพราะน้ำมันสามารถละลายชั้นเคลือบผิวตามธรรมชาติ เนื่องจากไม่มีขั้วเหมือนกัน แม้จะให้ความชุ่มทันที แต่ผิวก็จะเสียหายสะสมเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ใช้แล้วผิวก็จะแห้งเหมือนเดิม จนต้องเปลี่ยนครีมอื่นๆ นับไม่ถ้วน
  • รวมทั้งผิวที่ใช้ครีมสเตียรอยด์ ที่เคลมว่าให้ผิวชุ่มชื้นฉ่ำวาว แต่จริงๆ แล้วส่วนที่เห็นก็คือน้ำมันส่วนเกิน สาเหตุจากต่อมไขมันเสียหาย จึงขับน้ำมันมาเลี้ยงผิวตลอดเวลา แทนที่จะเป็นน้ำเลี้ยงผิวธรรมชาติ
รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ PIX_DSC01288-5.jpg

สำคัญที่สุดผิวขาดไม่ได้

ความชุ่มชื้นจัดเป็นพื้นฐานของผิวแข็งแรง ซึ่งก่อนอื่นเราขอพามารู้จักกับผิวชั้นนอกสุด เพราะว่าชั้นนี้จะแสดงลักษณะสุขภาพผิวได้ง่ายที่สุด โดยจะมีองค์ประกอบที่เรียกว่า Corneocytes ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิวไม่ให้สูญเสียความชุ่มชื้น และคอยปกป้องไม่ให้มลภาวะ สิ่งสกปรก หรือแบคทีเรียเข้าสู่ผิวได้

Corneocytes คืออะไร

มีโครงสร้างเรียงตัวคล้ายกำแพง โดยมีไขมันที่จำเป็นต้องได้รับความชุ่มชื้นอยู่ตลอด เพื่อรักษาความสมดุลให้ผิว และจะมีการสร้างใหม่และผลัดเซลล์อยู่เสมอ ดังนั้นเมื่อผิวได้รับการบำรุงให้ชุ่มชื้น ก็จะช่วยให้เซลล์ผิวในชั้นนี้แข็งแรงขึ้น และกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ใต้ผิวหนังได้ดี รวมถึงช่วยปกป้องไม่ให้สิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ผิว และยังเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ปัญหาผิวต่างๆ

  • เมื่อผิวแข็งแรงขึ้นแล้ว ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวเกิดการอักเสบระคายเคืองได้ ฟื้นฟูผิว และเป็นผลดีต่อการรักษาสิวที่ถูกวิธี
  • ทำให้ผิวไม่หมองคล้ำ ผิวเปล่งปลั่งขึ้น จากการผลัดเซลล์ตามปกติ
  • ลดปัญหาความมันส่วนเกินบนผิว เพราะเมื่อผิวขาดน้ำ ก็จะพยายามรักษาความชุ่มชื้นไว้ ด้วยการกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันออกมาทดแทนน้ำที่ขาดนั่นเอง ถือเป็นปัญหาหนักของคนผิวมัน
  • ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ลดการสร้างอนุมูลอิสระ
รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ PIX_bigstock-Asian-Woman-Girl-Beauty-Portra-180192940.jpg

ในทางกลับกัน เมื่อผิวขาดความชุ่มชื้น

  • เป็นสิวง่าย เพราะต่อมไขมันต้องผลิตน้ำมันออกมากเกินปกติ เพื่อทดแทนความชุ่มชื้นที่หายไป จนรูขุมขนเปิดกว้างออก จึงทำให้เกิดการอุดตัน และยิ่งผิวขาดความชุ่มชื้น เกราะป้องกันผิวก็ยิ่งอ่อนแอ ทำให้เป็นสิว
  • มีปัญหาผิวแห้งแดง ลอกเป็นขุย คัน ระคายเคืองง่าย และอ่อนแอไม่ทนต่อสภาพแวดล้อม
  • รอยถุงใต้ตาที่เห็นได้ชัดขึ้น เนื่องจากการขาดน้ำ ทำให้ดูหน้าหมองคล้ำ กลไกทำงานผิวขาดประสิทธิภาพ
  • เกิดริ้วรอยแก่ก่อนวัย เนื่องจากผิวขาดน้ำและขาดความยืดหยุ่น
  • ฝ้า กระ จุดด่างดำ เพราะผิวจะไวต่อแสงแดด และยังเป็นสาเหตุหนึ่งของริ้วรอยอีกด้วย

โทร 0838570561