ผิวแข็งแรง รักษาสิว ลดสิว

สิวเกิดจากอะไร

ป็นคำถามที่วัยรุ่นหลายๆ หาคำตอบ สำหรับคนที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหา “สิว” อยู่เป็นประจำ เชื่อว่าคำถามนี้คงคาใจทุกคนอยู่ไม่น้อย บางครั้งขึ้นเป็นตุ่มใหญ่บ้าง เล็กบ้าง บางทีก็มาเป็นผื่นแดงบ้าง เล่นเอาวันรุ่นกลุ้มกันไปเลยทีเดียว โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นสิวอะไรกันแน่ คราวนี้ละ เราจะมาทำความรู้จักกับสิว ว่ามีสิวอะไรบ้าง เพื่อที่เพื่อนๆ ทุกคนจะได้ดูแลและรักษาได้อย่างเหมาะสม

1. สิวอุดตัน โดยทั่วไปแล้วสิวอุดตันเกิดจากการอุดตันของต่อมไขมัน ลักษณะเป็นเม็ด ตุ่ม ผื่น แตกต่างกันออกตามแต่ละประเภทต่าง ๆ ดังนี้

1.1 สิวผด ลักษณะของสิวแบบนี้จะขึ้นเป็นผดเม็ดเล็ก ๆ และไม่มีหัวสิว โดยสิวผดที่ว่านี้จะขึ้นบริเวณหน้าผาก ไรผม จมูกและแก้ม ส่วนใหญ่มักจะขึ้นตอนเหงื่อออกมาก ๆ เนื่องจากความร้อน รวมถึงการเช็ดถูหน้าแรงเกินไป

1.2 สิวหัวเปิด หรือ สิวหัวดำ ลักษณะโดยทั่วไปจะเป็นตุ่มนูนเม็ดเล็ก ๆ ที่มีรูเปิดออกจนเห็นหัวสิวอย่างเห็นได้ชัด เมื่อส่องกระจกหรือใช้มือลูบดูจะเห็นจุดดำอยู่ตรงกลาง เกิดจากเซลล์ผิวที่ตายแล้ว รวมตัวกับไขมันทำให้เกิดการอุดตันอยู่ในรูขุมขน

1.3 สิวหัวปิด หรือ สิวหัวขาว แม้ลักษณะของสิวจะไม่เห็นชัดเจนเท่ากับสิวหัวดำ แต่สิวหัวขาวจะมีเป็นตุ่มนูน เมื่อลูบไปจะรู้สึกว่าเหมือนไตก้อนเล็ก ๆ เกิดจากการอุดตันสะสมอยู่ในต่อมไขมันและรูขุมขน เมื่อปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ สิวหัวปิดจะมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือกลายเป็นสิวอักเสบ

2. สิวอักเสบคือ สิวที่เกิดขึ้นจากการอักเสบของเซลล์ผิวหนัง โดยมีลักษณะเป็นเม็ดขนาดใหญ่ มีอาการบวมแดง รวมถึงเป็นหนองอีกด้วย

2.2 สิวเสี้ยน จะมีลักษณะเป็นจุดดำ ๆ หรือเป็นตุ่มไขมันสีขาว มักเกิดขึ้นในบริเวณจมูก แก้ม และใต้คาง ซึ่งเกิดจากการอุดตันของไขมันและสิ่งสกปรกในรูขุมขน เมื่อส่องกระจกดูจะเห็นเป็นจุดดำ ๆ และจุดไขมันสีขาวอยู่เต็มไปหมด เมื่อใช้มือกดหรือแผ่นลอกสิวเสี้ยนจะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า สิวเสี้ยนจะหลุดออกเป็นเส้นไขมันสีขาวหรือเป็นเม็ดสิวเล็ก ๆ

2.2 สิวหนอง เกิดจากการอักเสบของรูขุมขน หรือเกิดขึ้นจากไขมันในร่างกายขับออกมาจากรูขุมขนเป็นจำนวนมาก จึงทำให้รูขุมขนเกิดการอักเสบจนกลายเป็นสิวที่เป็นตุ่มนูนสีขาวเป็นหนองอยู่ด้านใน สำหรับคนที่มีสิวหนองขนาดใหญ่มักมีอาการเจ็บหรือปวดบริเวณสิวร่วมด้วย

2.3 สิวหัวช้าง นับว่าเป็นสิวขนาดใหญ่ที่ทำเอาหลายคนกลัวเลยทีเดียว สำหรับสิวที่เกิดการอักเสบมากกว่าปกติ จนก่อให้เกิดเป็นสิวเม็ดใหญ่ที่มีทั้งหนองและเลือดรวมกันอยู่ในสิวหัวช้าง ส่วนใหญ่คนที่เป็นสิวหัวช้างมักมีอาการเจ็บปวดมาก เมื่อปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ อาจกลายเป็นฝีหรือผิวหนังอักเสบได้ ดังนั้นใครที่เป็นสิวชนิดนี้ควรไปพบแพทย์หรือขอแนะนำจากแพทย์โดยเร็วจะดีที่สุด

ปัจจัยทีททำให้เกิดสิว ได้แก่

1. 1. ฮอร์โมน ร่างกายสร้างฮอร์โมน Testosterone ทำให้มีการสร้างไขมันเพิ่ม โดยมากฮอร์โมนจะเริ่มสร้างเมื่ออายุ 11-14 ปีดังนั้นจึงพบสิวมากในวัยนี้และอาจจะอยู่ได้นานหลายปี

2. 2. การผลิตไขมันมากขึ้นและร่วมกับเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว และเชื้อแบทีเรียทำให้เกิดการอุดตันจนเกิดสิว

3. มีการเปลี่ยนแปลงของรากผม รากผมเจริญเร็วเซลล์มีการแบ่งตัวเร็ว และมีเซลล์ที่ตายมาก จึงเกิดการอุดตันของต่อมไขมัน

4. แบททีเรียโดยเฉพาะชื่อ Propionibacterium acne จะทำให้เกิดการอักเสบของสิว

5. กรรมพันธ์ ผู้ที่มีทั้งพ่อแม่เป็นสิวจะมีโอกาศเป็นสิวสูง

6. การทำงานของต่อมไขมัน หากที่ใดที่มันและร่วมกับการดูแลรักษาความสะอาดไม่ทั่วถึงก็ทำให้เกิดสิว

7. อาหารโดยทั่วไปไม่มีผลต่อการเกิดสิว แต่ก็มีความเชื่อกันว่าการรับประทานอาหารที่มัน หรือหวานจะเกิดสิวได้ง่าย

8. อากาศ ขึ้นกับแต่ละคนบางคนเป็นมากในฤดูหนาว บางคนฤดูร้อน

9. อารมณ์ คนที่อารมณ์ดีจะเกิดสิวน้อยกว่าคนที่อารมณ์เสีย

10.การใช้เครื่องสำอางค์เป็นปัจจัยที่สำคัญในการเกิดสิว การเลือกสบู่ที่เหมาะกับสภาพผิวหนัง คนที่มีแห้งควรจะใช้สบู่ที่เป็นด่างอ่อน คนที่ผิวมันก็อาจจะใช้สบู่ที่มีความเป็นด่างมากขึ้นได้ หรืออาจจะใช้สบู่ที่มีด่างอ่อนแต่ล้างหน้าบ่อยขึ้น

11. ครีมบำรุงผิวก็ต้องเลือกใหถูกกับผิวหน้า คนที่ผิวแห้งไม่ควรใช้เครื่องสำอางที่มีแอลกอฮอร์เป็นส่วน ประกอบ คนที่ผิวมันก็หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีไขมันสูง

12. การระคายผิว เช่น การล้างหน้าที่มีการถูมาก หรือการบีบสิว

13. ยาบางชนิดทำให้เกิดสิวเพิ่มขึ้น เช่น INH Iodides Bromide Steroid Testosterone Gonadotropine Anabolic steroid ยาคุมกำเนิด

รู้จักกับชินดของสิว และปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวกันแล้ว ถึงเวลาที่หลายคนต้องหันมาดูแลและใส่ใจผิวหน้าของตัวเองกันเพิ่มมากขึ้น เพราะสาเหตุส่วนใหญ่ของปัญหาสิว ล้วนเกิดจากตัวเองของเราเองทั้งนั้น ดังนั้นใครอยากมีผิวหน้าสวยใสไร้ปัญหาสิว อย่าลืมดูแลใส่ใจผิวหน้ากันอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ

วิธีการกำจัดสิวเสี้ยน

เชื่อว่าหลายๆคนต่างก็ประสบกับปัญหาของสิวเสี้ยนกันแทบทุกคน
สิวเสี้ยนจะมีทั้งแบบหัวใสๆและแบบหัวดำๆ เวลาเรามองกระจกแล้วจะรู้สึกว่ามันน่ารำคาญรบกวนเวลาแต่งหน้า

สิวเสี้ยนเกิดขึ้นได้อย่างไร
ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวเสี้ยนก็คือฮอร์โมนของเราที่ผลิตไขมันออกมามากกว่าปกติ หรือการที่เราไปรบกวนผิวหน้ามากเกินไป เช่นการแต่งหน้าจัด การล้างหน้าไม่สะอาด การถูหน้าแรงๆ
หากเรามีสิวเสี้ยนที่มากเกินไปผลเสียที่ตามมาก็คือรูขุมขนของเราจะกว้างขึ้น หน้าจะไม่เรียบเนียน สาวๆเวลาล้างหน้าออกก็จะมองเห็นเป็นตอดำๆ หน้าไม่กระจ่างใส
ทางเพจพิคโบทานิคขอหยิบยกวิธีการกำจัดสิวเสี้ยนให้ลองทดสอบดูนะคะ

วิธีการกำจัดสิวเสี้ยนแบบธรรมชาติ
1.การใช้ไข่ขาว เป็นวิธีที่ประหยัดและง่ายมากแต่ต้องใช้เวลา โดยการตอกไข่เลือกเฉพาะไข่ขาว จากนั้นนำสำลีแผ่นไปจุ่มลงบนไข่ขาวแล้วนำมาแปะเป็นแผ่นๆบริเวณใบหน้า
เช่น จมูก แก้มสองข้าง ใต้คาง ทิ้งไว้จนลำลีแห้ง และดึงออก สิวเสี้ยนจะหลุดออกมาตามสำลีที่เราแปะไว้
2.นำมะขามเปียก น้ำมะนาว น้ำผึ้ง โดยการนำมะขามเปียกและน้ำผึ้งมาผสมให้เข้ากันจากนั้นนำน้ำมะนาวบีบเล็กน้อยลงไป และนำมาทาบริเวณที่เป็นจุดของสิวเสี้ยน เน้นบริเวณจ
มูก ทาแล้วนวดเป็นวงกลมเบาๆบนใบหน้า จะช่วยผลัดเซล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกเผยเซล์ผิวใหม่ให้กระจ่างใสขึ้นสูตรนี้ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
3.เกลือ น้ำผึ้ง มะนาว วิธีนี้ให้เลือกเกลือที่เป็นเม็ดละเอียดหน่อย มาผสมกับน้ำผึ้งและบีบมะนาวลงไปเล็กน้อ
ย จากนั้นคนให้เข้ากันนำมานวดหรือขัดเบาๆบริเวณที่เป็นสิวเสี้ยนเน้นจมูล นวดเป็นวงเบาๆทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะเป็นส่วนช่วยในการผลัดเซล์ผิวและช่วยกำจัดสิวเสี้ยนอุดตันบริเวณรูขุมขนให้ค่อยๆจางลง ควรทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
4.พอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง โดยการนำน้ำผึ้งมาพอกไว้บริเวณใบหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด น้ำผึ้งจะช่วยขจัดสิวเสี้ยนให้หลุดหายไปได้
หากหลายๆคนไม่อยากผสมหรือว่าไม่สะดวกในการหาซื้อส่วนผสมใดๆ สูตรนี้เหมาะสำหรับคุณมาก เพราะใช้เพียงน้ำผึ้งอย่างเดียว
5.การใช้น้ำมะขามเปียกกำจัดสิวเสี้ยน นำน้ำมะขามเปียกประมาณ 4 ช้อนโต๊ะเตรียมไว้ก่อน หลังจากนั้นนำสำลีแผ่นมาจุ่มลงไปในน้ำมะขามเปียก และนำแผ่นของสำลีที่จุ่มลงไปมาแปะบริเวณใบหน้า
เน้นตรงจุดที่มีสิวเสี้ยนเยอะๆ เช่นจมูก แก้ม และคาง ใช้สำลีทาเป็นวงให้ทั่วใบหน้าแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด น้ำมะขามเปียกจะช่วยกำจัดสิวเสี้ยนบนใบหน้า
6.กำจัดสิวเสี้ยนด้วยผงพิเศษ นำผงพิเศษมาละลายในน้ำ ในปริมาณเท่าใบหน้าคุณ หลังจากที่ส่วนผสมเข้ากันแล้วให้นำทั้งหมดมาพอกบริเวณใบหน้าและนวดเป็นวงๆรอบใบหน้า
จะช่วยให้สิวเสี้ยนค่อยๆจางหายไปจากใบหน้า

วิธีการกำจัดสิวเสี้ยนแบบเร่งด่วน
1.การใช้แผ่นแปะสิวเสี้ยน แผ่นแปะสิวเสี้ยนมีขายทั่วไปในห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ นำมาแปะทิ้งไว้ที่จมูลและลอกออกมา วิธีนี้สะดวกรวดเร็ว
2.การซื้ออุปกรณ์บีบสิวเสี้ยน โดยมากแล้วอุปกรณ์บีบสิวเสี้ยนจะมีขายที่วัตสัน เมื่อซื้อมาแล้วจะมีวิธีบอกสามารถทำตามวิธีที่เขียนไว้และกดสิวออกมาได้เลย
3.การเข้าคลินิค วิธีแสนจะสบายแต่อาจจะต้องใช้กำลังเงินสักหน่อย คลินิคทุกคลินิกมีโปรแกรมการกำจัดสิวเสี้ยนไว้อยู่แล้ว เพียงแค่เราเข้าไปรักษาตามคอร์สสิวเสี้ยนก็จะหายไป
4.เครื่องดูดสิวเสี้ยน เครื่องดูดสิวเสี้ยนส่วนใหญ่จะมีตามคลินิกแต่ปัจจุบันมีผลิตเข้ามาให้เราสามารถทำเองที่บ้านได้เลย ส่วนวิธีการทำนั้นจะมีเขียนบอกไว้ข้างกล่อง สามารถทำตามวิธีแนะนำด้วยตนเองได้เลย
5.การใช้เลเซอร์กำจัดสิวเสี้ยน วิธีนี้เป็นวิธีที่อยู่ในการดูแลของแพทย์ ใครที่มีสิวเสี้ยนเยอะรักษายังไงก็ไม่หายแนะนำให้พบแพทย์จะดีที่สุด

วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดสิวเสี้ยน
1.พยายามอย่าให้หน้ามันหากพบว่าตนเองมีหน้ามันให้ใช้แผ่นซับมันซับเบาๆบริเวณผิวหน้า ไม่จำเป็นต้องล้างหน้าบ่อย
2.หลีกเลี่ยงการบีบ แคะ แกะสิว หากชอบบีบสิวแล้วสิวจะยิ่งขึ้นเป็นจุดดำๆ รวมทั้งทำให้เรามีรูขุมขนที่กว้าง
3.การแต่งหน้าหรือการใช้เครื่องสำอางค์ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำให้ผิวอุดตัน หรือเลือกในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ เพื่อลดการอุดตันของสิวเสี้ยน
4.ก่อนการล้างหน้า หากสาวๆมีการแต่งหน้า ควรใช้ Cleansing ล้างหน้าเครื่องสำอางค์ก่อนการล้างหน้า และหลังล้างหน้าต้องใช้โทนเนอร์เช็ดหน้าเสมอเพื่อป้องกันการอุดตันของสิวเสี้ยน

อย่าลืมนะคะว่าสิวเสี้ยนก็เป็นส่วนที่รบกวนใบหน้าของเรา หากไม่อยากเห็นหน้าตัวเองเป็นจุดดำๆอยู่ทุกส่วนของใบหน้าแล้วก็หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดสิวเสี้ยน
เพราะถึงยังไงแล้วสิวเสี้ยนก็เป็นตัวการในการทำลายความกระจ่างใสของใบหน้าเรา

หากรู้ตัวว่าตอนนี้เริ่มมีอาการของผิวหน้าติดสารปรอทหรือสเตียรอยด์ให้หยุด! แล้วมาจัดการกับมัน

เมื่อผิวเจอปัญหาผิวหน้ารุมเร้า เช่น นอนดึกแล้วสิวขึ้น ประจำเดือนมาไม่ปกติ สิวก็มา ผดก็ถามหา แพ้ครีมอื่นๆ มาอีก สิวเห่อตรึม ต้องหาครีมช่วยบำรุงผิว ให้หายจากปัญหาเหล่านั้น แต่เพราะความใจร้อน รออะไรนานๆไม่ไหว หลายคนชอบที่จะให้ผิวดีขึ้นภายในชั่วข้ามคืน หรือใช้ครีมตามกระแส ตามคำโษณาที่บอกว่า เพียง 1-2 วัน จุดด่างดำ ฝ้ากระ ผด หรือสิวหาย เกลี้ยง ก็หลงดีใจ แท้จริงแล้วครีมเหล่านั้นมีสารสเตียรอยด์ สารปรอท สารอันตราย ผสมอยู่ จึงเห็นผลไวในพริบตาเดียว แต่หลังจากใช้สักพัก ครีมหมดกระทันหัน ไม่มีเวลาไปซื้อ เลยไม่ได้ใข้ต่อเนื่อง สักพักสิวเห่อมาเป็นขบวน หน้าพังอีก 1-2 ปี ใช้อะไรๆก็ไม่ดีขึ้น จุดนี้คือพีคสุด พังสุด ปัญหาที่หลายคนเจออยู่ในตอนนี้และแก้ไม่ตก

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าการรักษาหลังการหยุดใช้สารเหล่านี้ต้องการเวลา ความอดทน และมีวินัยในตัวเองเป็นอย่างมาก ถ้าใจร้อนเหมือนตอนเลือกใช้ครีมหน้าขาวอย่างที่เคยใช้มา ก็ไม่มีวันหายสักที ผิวหน้ายิ่งอ่อนแอไปเรื่อยๆ ยิ่งจะรักษายากยิ่งขึ้นไปอีก

หยุดแล้วจะเป็นยังไง สำหรับคนที่เพิ่งหยุดสเตียรอยด์ จะมีอาการอยากยา หรือผิวเรียกร้องสเตียรอยด์ สิ่งที่สำคัญคือความอดทน เพราะผิวจะคัน แห้ง แดง ลอก ตึง บางรายมีน้ำเหลืองซึมตลอดเวลา นั่นเป็นเพราะผิวที่เสียมาก ผิวที่เสียมากจำเป็นต้องการการสร้างใหม่ ผิวจึงมีอาการอักเสบ แดงลอก เพื่อสร้างชั้นผิวใหม่ สิ่งที่จะแนะนำได้เบื้องต้นคือบรรทาการอักเสบของผิว และให้ผิวซ่อมตัวเองได้เร็วขึ้น แต่ยังไงก็ยังต้องเจออาการเห่ออยู่ดี ฉะนั้น ต้องอดทนกับมันค่ะ ที่สำคัญ

บรรเทาอาการเบื้องต้น หากคันและแสบร้อนมากในช่วงแรก สามารถใช้น้ำเกลือชุบสำลีแผ่น มาร์คหน้า หรือใช้ผ้าขนหนูสะอาด ๆ ซื้อแบบป้องกันไรฝุ่น ซักกับน้ำยาซักผ้าเด็ก ตากแดดจัด ๆ เพื่อฆ่าเชื้อ ชุบน้ำดื่มเย็น ๆ โป๊ะหน้าไว้ 15 นาที เช้าเย็น เพราะความเย็นจะทำให้ผิวลดอาการคัน แสบลงได้
บางคนอาจใช้น้ำแข็งใส่ถุงพลาสติกใส ๆ ประคบหน้า (เช็คเรื่องความสะอาดด้วยนะคะ) บางคนใช้น้ำดื่มเย็น ๆ ล้างหน้าก็ได้เหมือนกัน หรือบางคนใช้ถุงเจลเย็น แช่ตู้เย็นแล้วเอามาประคบช่วงคันตอนกลางคืนก็ได้
ที่สำคัญ ห้ามกด หรือบีบสิวทุกกรณีเพื่อลดการอักเสบของผิวหนัง และการติดเชื้อ ไม่แต่งหน้า ทารองพื้นหรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมที่ระคายเคืองผิว หน้าไม่แต่งหน้าได้จะดีมาก ให้ความสำคัญกับการล้างหน้าและรักษาความสะอาด

มีเรื่องราวดีดีมาบอก สำหรับใครที่รู้ตัวว่าใช้ครีมที่มีสารอันตรายอยู่อยากหยุดก็หยุดไม่ได้ ไม่รู้จะทำยังไง ไม่มะโน ฟังทางนี้
ไม่โลกสวย ไม่ได้อวยสินค้าตัวเอง แต่เรื่องนี้เป็นปัญหาจริงๆ

อยากหน้าขาว ขาวเร่งด่วนขาวไว หลงไปใช้ครีมหน้าขาวที่มีสารอันตราย

เคสนี้เจอบ่อยมาก สำหรับลูกค้าที่รู้ตัวว่าติดครีมอันตรายอยู่ อยากหยุดใช้ก็หยุดไม่ได้ หยุดแล้วสิวเห่อ หน้าพัง ต้องรีบหามาใช้อีก วนเวียนไปอยู่แบบนี้ ถ้าหักดิบเลิกใช้เลยบางคนก็อาจจะไม่มีผลอะไร(แต่ส่วนน้อย) บางคนหยุดปุ๊ป หน้าพังยับ บวมแดงไม่คุ้มเลย มาดูวิธีกันว่าจะหยุดใช้ได้ยังไง

วิธีหยุดใช้สารอันตรายเหล่านี้คือ ค่อยๆหยุดใช้ …ยังไงหรอ??
1.ลดปริมาณการใช้ต่อครั้ง ไม่โบก ลดปริมาณการใช้ลงใช้แต่เพียงน้อย ใช้แบบนี้ไปเรื่อยๆ สักสัปดาห์
2.จากที่เคยใช้เช้า-ก่อนนอนเป็นประจำก็ลดลงอาจจะใช้แค่ช่วงเช้า หรือก่อนนอนเพียงอย่างเดียว จะยังไม่ทำต่อเนื่องให้เว้นระยะ เช่นวันนี้ใช้เช้าอย่างเดียว พรุ่งนี้ใช้เช้า-ก่อนนอน สลับกัน แต่ในปริมาณน้อย
3.เมื่อทำตามข้อ 2 มาสักระยะ ให้ใช้วันเว้นวันไปอีกระยะ จนผิวหน้าเริ่มชิน และเว้น 2 วัน 3 วัน ไปเรื่อยๆ
4.เมื่อเริ่มลดปริมาณ และลดเวลาการใช้ลงได้แล้ว ระหว่างนี้ก็ควรให้ผิวหน้าได้ปรับตัวกับครีมบำรุงตัวอื่นที่ปลอดภัย ย้ำ!! ว่าต้องปลอดภัยจริงๆ
ใช้สลับกันไป เริ่มด้วยปริมาณน้อยๆ ก่อน จนกว่าจะหยุดครีมอันตรายได้

สิ่งที่บอกเล่าสู่กันฟังนี้อาจจะไม่ได้ผลกับทุกคน แต่เป็นวิธีที่แนะนำให้หลายคนทำแล้วมันเห็นผล ผิวหน้าดีขึ้นได้ เป็นแนวทางในการเลิกใช้ครีมอันตรายได้ ………..บางคนทำแล้วมีสิวผดผื่นขึ้น สิวอักเสบขึ้น อย่าเพิ่งตกใจว่าเพราะแพ้ครีมใหม่รึเปล่า …NO NO NO นั่นเป็นเพราะผิวหน้าของเรากำลังขับของเสียที่สะสมมาจากครีมอันตรายเหล่านั้นแหละ

ถามว่าแล้วจะยังไงต่อ วิธีที่ดีที่สุดคือปล่อยให้ขึ้นมาจนหมด เรื่องนี้ต้องบอกเลยว่าเวลาจะรักษาทุกสิ่ง เพราะยิ่งหาผลิตภัณฑ์มาเร่งมันให้ยุบไวไว นั่นไม่ใช่ทางออกที่เด็ดขาดสำหรับหน้าพังจากสารอันตรายพวกนี้ สิ่งที่ทำได้คือเติมความชุ่มชื้นให้ผิว เพราะระหว่างที่เป็นสิว ผิวจะแห้งเสีย

ควรล้างหน้าให้สะอาด หลีกเลื่องการใช้เครื่องสำอางเลย ถ้าทำได้ เพื่อลดการอุดตัน แนะนำให้บำรุงด้วย PIX Botanic White Serum ไปเรื่อยๆ เพื่อซ่อมแซมเซลล์ผิว และฟื้นบำรุงจากภายใน ส่วนผสมของสารสกัดพืชตระกูลเบอร์รี่จะช่วยในเรื่องของการขับสารพิษได้ดี
สิวก็ปล่อยให้มันผุดขึ้นมาจนหมด สักพักเด่วจะหลุดหายไปเอง ระยะเวลาเห็นผลก็ต่างกันออกไปตามสภาพผิวแต่ละคน ซึ่งถ้าคาดหวังให้หายภายใน 1-2 สัปดาห์ เป็นไปไม่ได้แน่นอนถ้าคุณใช้ครีมเหล่านี้มานานแล้ว หายเร็วถือเป็นโชคดีไป
หายช้าอย่าเพิ่งใจร้อนวู่วามกลับไปใช้ของอันตรายอีก เพราะต้องให้เวลาผิวเราได้ขับของเสียออกมา และสร้างเซลล์ผิวให้แข็งแรงใหม่ กระบวนการทางธรรมชาติช่วยได้ หากไม่ได้เห็นผลในพริบตา แต่ไม่มีผลข้างเคียงในระยะยาวแน่นอน ซึ่งมันคุ้มมาก

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กู้หน้าแหก ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว แต่สามารถเข้าฟื้นฟูสร้างการสร้างเนื้อเยื่อ ซ่อมแซมผิวอ่อนแอให้กลับมาแข็งแรงขึ้น ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ขอแนะนำเซรั่มสูตรที่ดีที่สุด คิดค้นจากผู้ที่เคยผ่านปัญหาร้อยแปดเหล่านี้มาก่อน กับระยะเวลาการรักษาสิวพวกนี้มากว่าสามปี จนเป็นเซรั่มพิก

ผิวแข็งแรงขึ้นทุกครั้งที่ทา สูตรดีที่สุด เซรั่มพิก พลังจากพฤกษาผสานไฮยาลูรอน เร่งการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว ทำความสะอาดรูขุมขน สมานผิว ต้านเชื้อแบคทีเรียอัน ลดการเกิดสิว กระชับรุมขนให้ละเอียดและเล็กลง ให้ผิวชุ่มชื้นและยืดหยุ่น

ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่สึกหรอให้กลับมาสมบูรณ์แบบได้อีกครั้ง ฟื้นผิวติดสารให้ค่อยๆ กลับมาแข็งแรงขึ้น สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของเซลล์ผิวหนังได้เร็วขึ้นเท่าตัวอย่าปลอดภัย

อย่างที่กล่าวมาข้างต้น การรักษาผิวหลังการหยุดใช้สารอันตรายต้องให้เวลากับผิว ได้ซ่อมแซมตัวเอง แต่หากมีผลิตภัณฑ์ดีดี เข้ามาช่วยกระตุ้นก็จะทำให้ผิวหน้าค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ

#หน้าพังติดสาร #กว่าจะหายไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใจเย็น ให้เวลาผิวได้ฟื้นฟูเยอะมาก พร้อมกับการรักษาความสะอาดและใช้เซรั่มที่ปลอดภัยที่สุดในการรักษา ใช้เวลา แต่หน้าหายแน่นอน ที่สำคัญปลอดภัยใช้กันไปยาวๆ ไม่มีคนเข้าใจคนเป็นสิวเท่าคนที่เคยเป็นมาก่อนพูดเลย
ปลอดภัย ไม่ใช่สักแต่ขายของ แต่เรา #ยินดีรับปรึกษาฟรี #เพราะเราเข้าใจคนเป็นสิวดีกว่าใคร

Leave A Comment

Don`t copy text!